พัชนี บริสุทธิบัณฑิต

 
 ประวัติส่วนตัว   l   อาการป่วย   l   พิธีบำเพ็ญกุศลศพ   l   จั่นเจาเล่าเรื่อง   l   เรื่องน่าสนใจ   l   แกลเลอรี่

 
  วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2560 นี้เป็นวันครบรอบสี่ปีที่ แพทย์หญิงพัชนี บริสุทธิบัณฑิต ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ผ่านไปอีกหนึ่งปี ขอความทรงจำที่ดีอย่าได้เลือนหายไปตามกาลเวลา

 


มีอะไรใหม่

   วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2560 ครบรอบสี่ปีของการจากไป ปีนี้ทำบุญรวมที่วัดช่างเคี่ยนเหมือนเดิม แต่เป็นวันอาทิตย์ที่ 15 ที่ว่ารวมคือ ทำบุญครบรอบวันเกิด 93 ปีของแม่บุญทอง ครบรอบการจากไปของพ่อ และครบรอบการจากไปของพี่สาว เดือนเดียวกันเลย

 

   วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2559 วันนี้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พี่สาว ครบรอบวันเกิด ปีนี้ตรงกับวันศุกร์พอดี ไปที่เดิมคือวัดช่างเคี่ยน เพราะเป็นวัดใกล้บ้าน ปีนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เกรงใจพระท่าน (คือไม่คุ้น คิดว่าคงจะมาใหม่)
 

  วันอังคารที่ 12 มกราคม 2559 วันนี้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พี่สาว เนื่องในวาระครบรอบสามปีของการจากไป ณ.วัดช่างเคี่ยน

 


 

  วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2558 ทำบุญวันเกิดให้พี่สาวที่วัดช่างเคี่ยน ปีนี้มีน้องเหมียวมานั่งรอ ตอนจัดของถวายพระ เธอก็ลุกเดินสำรวจของถวาย ดูน้ำหยาด พอพระสวดบทกรวดน้ำเสร็จคุณเหมียวเธอก็มาหยุดตรงหน้าขันน้ำ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตากิน แล้วก็เดินเข้าไปข้างใน ก็ยังมานึกตลกอยู่ว่า สงสัยพี่สาวคงจะมารับรู้และบอกว่าฉันได้รับกุศลผลบุญครั้งนี้แล้ว

 
 

 

  15 กรกฎาคม 2557 ครบรอบวันเกิด 54 ปี ปีนี้ตรงกับวันอังคาร เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีหกเดิอนของการจากไป วันนี้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ที่วัดช่างเคี่ยน โชคดีเจ้าอาวาสอยู่ก็เลยได้รับพรแบบยาว (วันนี้ถวายทุเรียนด้วย ของโปรดพี่รี่)

                         

 


 

  12 มกราคม 2557 ตรงกับวันอาทิตย์ เป็นวันครบรอบหนึ่งปีการจากไปของแพทย์หญิงพัชนี บริสุทธิบัณฑิต ได้มีการทำบุญถวายเพลพระ ที่วัดช่างเคี่ยน เวลา 10.30 น. (ข้าวซอยไก่เมืองแพร่..อร่อย)


  15 กรกฎาคม 2556 ครบรอบวันเกิด 53 ปี ของแพทย์หญิงพัชนี บริสุทธิบัณฑิต ปีที่แล้ว 2555 ได้ฉลองวันเกิด 52 ปี ที่บ้านแม่ หลังจากออกโรงพยาบาลได้ 3 วัน ยังได้ตัดเค้กไอติมแดรี่ควีน กับแม่ แอ้ และเดรี่

  12 กรกฎาคม 2556 ครบรอบ 6 เดือนของการจากไปของแพทย์หญิงพัชนี บริสุทธิบัณฑิต และเป็นวันครบรอบ 1 ปี ที่ได้ออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่(สวนดอก) มารักษาตัวที่บ้านแม่หน้าม.ช.

 

 


ทำบุญครบรอบ 100 วัน
 
27 เมษายน 2556 ครอบครัวบริสุทธิบัณฑิต พร้อมด้วยเพื่อนๆเรยีนา18 มงฟอร์ต20 ร่วมกันทำบุญครบ 100 วัน แด่แพทย์หญิงพัชนี บริสุทธิบัณฑิต ณ.วัดช่างเคี่ยน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ งานนี้สำเร็จเสร็จสิ้นไปด้วยดี แม้ว่าอากาศจะร้อนไปสักหน่อย แต่ด้วยกุศลผลบุญในวันนี้ช่วยให้พวกเราทุกคน รู้สึกสบาย มีแต่ความปลื้มปิติ

 

 

 

   ครอบครัวบริสุทธิบัณฑิต ขอขอบคุณ เพื่อนเรยีนา18 มงฟอร์ต20 ทึ่ช่วยให้งานบุญร้อยวันนี้สำเร็จได้ด้วยดี

 

** ที่เลือกเอาวัดช่างเคี่ยนเป็นสถานที่ทำบุญ100วันให้พี่รี่นั้น เพราะว่าที่นี่เป็นวัดที่พี่รี่มาทำบุญเป็นครั้งสุดท้าย(ประมาณสองเดือนก่อนเสียชีวิต) ได้สนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส ได้ถวายปัจจัยให้กับวัดเพื่อทำนุบำรุงพุทธศาสนา บนศาลาแห่งนี้

 

 

จากใจ

 

     หากจากกันเมื่อยามชรา ยังจะทำใจได้ง่ายกว่านี้ ห้าสิบปี มันเร็วเกินไป ปีที่แล้ว2555พวกเรายังไปเที่ยวดอยขุนช่างเคี่ยนดูดอกซากุระด้วยกันเมื่อวันเด็กแห่งชาติ แต่วันเด็กแห่งชาติปีนี้(2556)เราต้องจากกัน ชนิดที่ไม่มีวันที่จะได้พบกันอีก เมษายน2555เข้าโรงพยาบาล แทบเอาชีวิตไม่รอด จากเทพปัญญาไปมหาราช ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆมากมายสุดจะบรรยาย หลุดรอดออกมาได้ตอนกรกฎาคม แทบหมดสภาพ มารักษาตัวที่บ้าน ช่วยกันลุ้น ช่วยเป็นกำลังใจ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพบุตรเทพยดา(เทวดา) แม่พระธรณี คุณครูบาอาจารย์ ช่วยให้พี่สาวหายป่วย เวลาที่พี่สาวมีอาการดีขึ้นเราก็จะดีใจ เวลาที่เค้าไม่สบายเราก็ทุกข์ใจ ก็หาทางช่วย อยากให้เค้าหายป่วย เรารู้ว่าเขาทรมานมากเวลาที่ป่วยเวลาที่อาการมันกำเริบ และถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว (เพราะเราต้องทำงานหน้าบ้านมีเวลาเวลาว่างนิดๆก็แวะเข้ามาดู) การขาดกำลังใจเนี่ยเป็นสิ่งที่เลวร้ายสุดๆ บางคนที่เขาไม่ได้ป่วยเป็นอะไร(ร่างกายแข็งแรง)เขาจะไม่รู้ถึงความรู้สึกแบบนี้ เราเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาก่อนเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา มันทรมานมากสุดจะบรรยาย เกือบปีที่อยู่กับมัน เรารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ดูแลเขาให้กำลังใจเขาให้มากกว่านี้ ทุกครั้งที่พี่เค้าไม่สบาย เขามีเพื่อนที่ให้กำลังใจคือลูกๆหมีสี่ตัว ตัวโตที่สุดคือเจ้าบิ๊ก พี่เค้าจะซุกตัวพิงอยู่กับเจ้าบิ๊ก เวลากลาวคืนที่ทุกคนเขาหลับกันแล้ว แต่พี่เค้าไม่ได้หลับ เพราะถูกโรค(บ้า)รบกวน ว้าเหว่แน่นอน ใครที่บอกคนอื่นว่าไม่กลัวความตาย เป็นเรื่องที่โกหกตัวเองทั้งนั้น ถึงเวลาเข้าจริงๆ ก็.....

     แม้ว่าจะถูกทำนายว่าไม่รอด แต่ใครจะนิ่งดูดายปล่อยเวลาให้มันผ่านไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ถึงจะไม่ได้ประโยขน์ ให้นั่งรอนอนรออย่างนั้นหรือ สิ่งที่เขาว่างมงายไร้สาระเราก็ทำมาแล้ว ทำเพื่อให้สบายใจ ทำเพื่อให้เกิดกำลังใจที่จะต่อสู้ ชีวิตเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว อย่ารอในชาติหน้า ไม่มีใครรู้ชาติหน้าเป็นอย่างไร ...

     เมื่อร่างกายพี่เค้าฟื้นตัวขึ้น สามารถห่างจากถังออกซิเจนได้ เดินออกนอกบ้านได้ มันเป็นอะไรที่น่าดีใจยิ่งนัก จนสามารถไปทำงานที่ศูณย์ฯป่าตันได้ แม้ว่าจะมีปัญหาตอนขึ้นบันได(เพราะที่ทำงานอยู่ชั้นสอง บันได้ขั้นใหญ่และสูง) เราก็คอยให้กำลังใจเวลาขึ้นบันไดกว่าจะถึงชั้นสอง เข้าห้องทำงานต้องอัดออกซิเจนสักพัก พอรู้สึกสบายเราถึงจะได้กลับบ้าน บางคนเขาไม่เข้าใจ......

     เหตุการณ์พลิกผันร่างกายพี่เค้าแย่ลง แย่ชนิดไปทำงานไม่ได้ 12 ธันวาคม(หรือก่อนหน้าวันสองวัน)จำไม่ได้ ก็ต้องขอลาพักงาน แล้วก็เข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง มันแย่ลงจนเรารับไม่ได้ เรารู้สึกผิดที่ช่วยเขาไม่ได้ เหมือนมีอะไรมาบังใจ ไม่ให้เราสนใจ(สามอาทิตย์ผ่านไป)เราคอยแต่ฟังข่าวเท่านั้น แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งจนไม้ได้ทำอะไร แต่มันเหมือนผีซ้ำ  สิ่งที่เคยช่วยเรากลับเหมือนไม่ช่วยเราร   เราแทบจะไม่เชื่อตาตัวเอง เป็นอะไรที่เรารับไม่ได้ เราขอตำหนิตัวเองที่ปล่อยเวลาให้เสียไป หากว่าเราได้เห็นก่อนหน้านั้น เราอาจแก้ไขได้ทัน ทั้งๆที่เราทำมาตลอด จนสุดท้าย....

      ก่อนวันที่พี่สาวจะจากไป หน้าตาเขาดูดีขึ้น หลายคนเขาว่าเป็นลางบอกเหตุ ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ อาการพี่เขาทรุดลง วันเสาร์ตอนบ่ายพี่ชายคนรองโทรฯมาหาที่บ้าน ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็ยังงงอยู่ พี่เขาคงคิดว่าเรารู้เรื่องแล้ว ไม่รู้จริงๆ โทรฯไปหาพี่สะใภ้คนโต พี่บอกว่า พี่สาวแย่แล้ว สองคนรีบไปโรงพยาบาลทันที พี่สาวเขาไม่ขยับตัวแล้ว มีหน้ากากออกซิเจนครอบปากและจมูกไว้ ดูจากเครื่องมือ การทำงานของหัวใจและปอดแผ่วลง เขาหายใจทางปาก แต่ดูๆแล้วเหมือนเขาอยากจะพูด สังเกตจากลิ้นและปาก ยังกระดิกได้อยู่ เหมือนจะกลืนน้ำลายได้อยู่ แต่คิดว่าคงทำไม่ได้ พี่ๆเขาบอกว่าพี่สาวยังรับรู้ได้อยู่ เวลาที่เราพูดอะไรพี่สาวเขาได้ยินนะ เราได้แต่ปลอบ และให้กำลังใจ พวกเราขอให้พี่สาวขอขมาแม่ที่ได้ล่วงเกินขอแม่อโหสิกรรมให้ ด้วยการนำดอกไม้ธูปเทียนและให้พี่คนโตเป็นคนพูดแทน เราก็ลูบแขนจับมือพี่สาว ขอพี่สาวอโหสิกรรมต่อมนุษย์ใจบาปที่คอยทำร้ายหมายเอาชีวิต รวมทั้งโรคร้ายด้วย เราขอให้พี่สาววางใจไม่ต้องห่วงทรัพย์สิน จะช่วยกันดูแลให้ ทุกครั้งที่พูด ทุกครั้งที่พี่สาวรับรู้ น้ำตาของพี่สาวจะซึมออกทางหางตา เราบอกพี่สาวว่าขอไปทำธุระเรื่องหนึ่งที่ค้างไว้ก่อน (เคยคุยกันไว้ตอนที่พี่เขายังพอมีสติอยู่) ให้คอยนะเดี๋ยวจะกลับมา แล้วพี่สาวก็ตามเราไป ไปทำธุระสิ่งสุดท้ายด้วยกัน ระหว่างทางพี่สะใภ้โทรมาบอกว่าพี่สาวไปแล้วนะ (หมายถึงหมดลมแล้ว) แต่ก็ได้ทำธุระสุดท้ายด้วยกัน 

     กลับบ้านไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้พี่สาว เดรี่กับพี่สะใภ้คนรอง กับพยาบาลอีกสองคน ช่วยกันเปลี่ยนเสื้อให้ เป็นชุดเดียวกันกับตอนที่ออกจากมหาราช ชุดนี้พี่สาวชอบเพราะน้องชายเอาให้ แล้วพวกเราทุกคนก็ไปส่งพี่สาวเข้าตู้เย็น

     พี่สาวแอบไปแหย่น้องพยาบาล และเจ้าหน้าที่ ที่ช้างเผือกเล่นนิดหน่อย ให้เซอร์ไพรซ์เล่นๆ ...

 

     สองสามวันก่อนที่พี่สาวจะจากไป ตอนที่เดรี่(สะใภ้เล็ก)จะกลับบ้าน พี่สาวขอกอดเดรี่(ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย) พี่สาวตั้งชื่อใหม่ว่าน้องอบอุ่น พี่เค้าพูดกับเดรี่ว่า เวลาที่เค้าจะตาย เค้าอยากให้มีใครสักคนอยู่ข้างๆ จับมือเค้า เป็นเพื่อนเค้า ..การจากไปอย่างเดียวดาย เป็นสิ่งที่เลวร้ายสุดๆๆๆ.. ในเสี้ยวสุดท้ายของชีวิต เพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การขาดเพื่อนที่คอยปลอบประโลม เป็นอะไรที่ยากจะหาคำบรรยาย

 

     วันที่เข้าโรงพยาบาลรอบที่สอง 12 ธันวาคม 2555 เรียก1669 ให้มารับไปโรงพยาบาล หวังว่าจะได้รถพยาบาลที่มีเครื่องมือมารับ ปรากฏว่าเป็นรถกู้ชีพสีเหลืองมารับแทน แถมด้วยต้องขี่หลังเจ้าหน้าที่จากหลังบ้านไปที่รถ แล้วต้องนั่งหลังรถที่มีถังออกซิเจนหนึ่งถัง มือสองข้างพอมีแรงนิดหน่อย ต้องจับขอบเปลที่พื้นแข็ง หลังพิงเดรี่ เบรคทีเปลก็ไหล เป็นอะไรที่..บอกไม่ถูก (รู้อย่างนี้ เอารถไปเองดีกว่า)แต่ก็ถึงเร็วนะเพราะมีไซเรนนำทาง (เข้าใจว่าเราคงบอกอาการของผู้ป่วยไม่ชัดเจน เขาเลยจัดรถเหลืองมา แทนที่จะเป็นรถพยาบาล)

     วันที่กลับ ได้ไปกับรถโรงพยาบาลสมใจ พี่หมอยังพูดติดตลกกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเรื่องรถนี่แหละ ก็บอกว่าถ้าอย่างไรตอนกลับก็ขอเอารถพยาบาลไปส่งก็แล้วกันนะ (กลับแบบนี้ ตลกไม่ออก)

 

 
   ย้ายจากโรงพยาบาลก็มาอยู่ที่นี่... วัดป่าแพ่ง เป็นที่สุดท้ายสำหรับการเดินทาง (แม้ว่า..เหนือ ใต้ ออก ตก ต่างประเทศ ก็เดินทางไปแล้ว) พร้อมถ้ายรูปกับครอบครัวเป็นที่ระลึก

 

 

primcm.com