อาการป่วย

   หน้าแรก   l   ประวัติส่วนตัว   l   พิธีบำเพ็ญกุศลศพ   l   จั่นเจาเล่าเรื่อง   l   เรื่องน่าสนใจ   l   แกลเลอรี่
04/07/2556

 

ชีวิตจริงอิงนิยาย                                                                                              
 
 

 

อันนี้พี่รี่เขียนไว้ด้วยลายมือ  ใช้ดินสอดำบนกระดาษA4 ที่ดูเป็นริ้วๆก็เพราะกระดาษชื้นเสียรูป แต่ก็พออ่านได้  (คืออยากให้ทุกคนอ่านจากลายมือของพี่รี่เอง)

 
  แพทย์ระบุว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อันเนื่องมาจากมะเร็งเต้านมที่เคยเป็นมาเมื่อสิบปีก่อน เชื้อกระจายไปทั่ว ตามอวัยวะต่างๆและเข้ากระดูกสันหลังด้วย โอกาสที่จะมีชีวิตรอดมีน้อย จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ไม่เกินหนึ่งปี แพทย์แนะนำให้รักษาด้วยเคมีบำบัด แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และมีอาการแพ้ยาสูงด้วยเช่นกัน

  พี่รี่เลือกที่จะไม่รับเคมีบำบัด เพราะเข็ดจากคราวที่แล้ว ก็เลยถูกแอนตี้ (อันนี้ไม่ขอให้รายละเอียด กลัวผิดพลาด)

  ปลายปี54 พี่รี่มีอาการเหนื่อยง่าย ไอบ่อย พี่เค้าเคยเล่าให้เดรี่(น้องสะใภ้)ฟัง แม่ก็บ่นอยู่บ่อยๆว่าไอไม่หายสักทีทำไมไม่หายามากิน ทำไมไม่ไปหาหมอ คำตอบที่แม่ได้รับคืออยากขับพิษออกเอง (พี่เค้ายังเชื่อเรื่องพระอาจารย์อยู่ แต่พวกเราทั้งสามคนไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่นะ เวลาพี่เค้าเล่าอะไรให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ พวกเราก็ฟัง แต่ชวนให้ทำอะไรเราไม่ทำ ก็สงสารแม่นะ แม่เกรงใจไม่อยากขัดใจเวลาที่ถูกชวนให้ไปทำพิธีต่างๆแม่ก็ไป) พี่รี่เคยขอร้องเดรี่ว่าไม่ให้บอกพวกพี่ๆเรื่องไม่สบาย สุดท้ายเดรี่ก็ทนไม่ได้ เพราะเป็นห่วง เลยบอกพวกพี่ไป เรียบร้อย

  เมษายน56 ต้นเดือน คงจะสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว หมอแด้(พี่ชายคนรอง)มารับที่บ้านเชียงใหม่แลนด์ไปโรงพยาบาลเทพปัญญา ด้วยอาการของระบบทางเดินหายใจ() สรุปอาการเบื้องต้นคือน้ำท่วมปอด ต้องเจาะน้ำออกทิ้ง ส่วนสาเหตุสรุปเบื้องต้นว่ามาจากเชื้อมะเร็งเดิม เวลาน้ำขึ้นพี่เค้าคงอึดอัดมาก อากาศเข้าปอดน้อย เขียว ออกซิเจนในเลือดต่ำเพราะปอดไม่สามารถฟอกเลือดได้ (น่าจะใช่นะ) เวลาเจาะน้ำออกทีก็สบายขึ้น สลับกันเดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา

  ปลายเมษายน56 ราวๆวันที่ยี่สิบกว่าๆ หมอธี(พี่ชายคนโต) ย้ายโรงพยาบาลไปมหาราช(สวนดอก)เพราะดูแลง่ายกว่า คราวนี้เจาะอีกแล้ว แบบฝังท่อเลย ไม่ต้องเจาะบ่อย ดึงสายยางใส่โหลเก็บ ทีนี้ยุ่งยากอีกหน่อย เวลาจะไปห้องน้ำก็ต้องหิ้วโหลแก้วไปด้วย หนัก กลัวแตกด้วย

  อยู่ไปอยู่มาน้ำไม่ยอมแห้งสักที ทำท่าจะแห้งก็ไม่แห้ง สุดท้ายแพทย์ลงความเห็นให้เป่าแป้ง คือเอาปอดไปแปะติดกระบังลม เพื่อไม่ให้มีช่องว่างน้ำจะได้ไม่ออก อันนี้สร้างความลำบากในการหายใจเป็นอย่างมาก ครั้งแรกทำแล้วไม่ค่อยติด เลาะออกแล้วทำใหม่คราวนี้ทำทั้งสองข้างเลย (โหดมากๆเลย) ได้ผลเหมือนกัน น้ำน้อยลง

  นึกถึงภาพที่ไป X'ray(เรียกว่าอะไรก็ลืมไปแล้ว)(ไม่เห็นหรอกเดรี่เล่าให้ฟัง) สุดยอดเหมือนกัน คือ นั่งล้อเข็นแล้วยังต้องเอาขาหนีบโหลแก้วไปด้วย เจอแบบเจ้าหน้าที่ไม่ได้เตรียมถัง O2 ให้ ก็เกือบตายแหละ ตำหนิใคร

  แพทย์ลงความเห็น(อีกแล้ว)ต้องให้เคมีบำบัด แต่เกิดเหตุการณ์ขัดขาโจ๋กันนิดหน่อย พี่สาวไม่ยอมรับการรักษาแบบนี้ เรื่องจบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

  12 กรกฎาคม56 ได้กลับบ้าน (บ้านแม่หน้า ม.ช. ) มาดูแลกันเอง